Jitta Line คำนวนจากปัจจัย 4 อย่าง

พื้นฐานธุรกิจที่ดีอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการพิจารณาหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง เพราะ “ธุรกิจที่ดีก็ไม่ได้เป็นหุ้นที่น่าซื้อเสมอไป”‍‍‍‍‍‍‍‍ซึ่งอีกสิ่งที่จะต้องพิจารณาให้ดีไม่แพ้คุณภาพ ก็คือ “ราคาที่เหมาะสมของธุรกิจ”‍‍‍‍‍‍‍‍แต่วิธีคำนวณหามูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นตามปรกตินั้นซับซ้อน และใช้เวลานานพอสมควร ดังนั้น Jitta Line จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณรู้ได้เลยว่า ราคาหุ้นตอนนี้ถูกหรือแพงกว่ามูลค่าที่เหมาะสมอยู่ประมาณเท่าไหร่‍‍‍‍‍‍‍‍Jitta Line คือ ราคาที่เหมาะสมในเชิงธุรกิจ ประเมินผ่านมุมมองว่าธุรกิจเป็น “ทรัพย์สินที่สร้างกระแสเงินสดกลับมาให้เราได้เรื่อยๆ หลังจากที่ลงทุนไปแล้ว” หรือก็คือ มุมมองของการสร้าง Passive Income นั่นเอง‍‍‍‍‍‍‍‍โดย Jitta จะวิเคราะห์ว่า หากซื้อบริษัททั้งบริษัทจะต้องซื้อในราคาเท่าไหร่ถึงจะคืนทุนได้ภายใน 10 ปี จากผลกำไรที่บริษัททำได้ หลังคืนทุนเรียบร้อยแล้ว บริษัทก็จะกลายเป็นเครื่องผลิตเงินสดให้คุณนำไปใช้ลงทุนต่อเนื่องไปอีกนานแสนนาน‍‍‍‍‍‍‍‍ทำไมต้องคืนทุนใน 10 ปี?‍‍‍‍‍‍‍‍การลงทุนอย่างน้อยควรได้กำไรกลับมา 10% ของเงินต้นต่อปีเสมอ เพื่อทำให้เรามีความมั่งคั่งในระยะยาว‍‍‍‍‍‍‍‍แม้แต่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ทุกครั้งที่ตัดสินใจลงทุน ก็ต้องมั่นใจว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงกว่า 10% ของเงินที่ลงทุนไปในทุกๆ ปีอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ ในโลกของการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ถ้าการลงทุนในพันธบัตรระยะยาวได้ผลตอบแทนราวๆ 4% มาบวกกับความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นอีกประมาณ 5%แสดงว่า ถ้าหากคุณไม่สามารถลงทุนด้วยตัวเองแล้วได้ผลตอบแทนมากกว่า 10% ต่อปี คุณก็ควรลงทุนในพันธบัตรมากกว่าลงทุนให้หุ้นJitta Line คำนวณมาจาก 4 ปัจจัยด้วยกัน และคำนวณอย่างอนุรักษ์นิยมเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนให้มากที่สุด ได้แก่‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍

1. ช่วงวงจรของธุรกิจ (Business Life Cycle)‍‍‍‍‍‍‍‍ยิ่งถ้าบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและอยู่ในช่วงขยับขยายกิจการ อัตราการเติบโตในอนาคตจะสูงขึ้น โดย Jitta จะดูการเติบโตโดยเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรม และกิจการควบคู่กันไป ถ้าทั้ง 2 มีการเติบโตสูงขึ้น บริษัทก็น่าจะอยู่ในช่วงการเติบโตไปได้อีกนาน‍‍‍‍‍‍‍‍

2. แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ‍‍‍‍‍‍‍‍ถ้าแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าบริษัทน่าจะเติบโตสูงต่อเนื่องได้อีกหลายปีแต่ถ้าแนวโน้มการเติบโตต่ำลงเรื่อยๆ อาจบ่งบอกว่าบริษัทเริ่มเข้าใกล้จุดอิ่มตัวแล้ว ทำให้อัตราการเติบโตที่ Jitta นำมาคำนวณก็จะต้องน้อยลงด้วยซึ่ง Jitta จะดูแนวโน้มอัตราการเติบโตในช่วง 10 ปี 5 ปี 3 ปี และ 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์ว่าบริษัทกำลังอิ่มตัวแล้วหรือยัง‍‍‍‍‍‍‍‍

3. คุณภาพของกิจการ‍‍‍‍‍‍‍‍คุณภาพของกิจการส่งผลต่อค่าการเติบโตที่ Jitta ตั้งมาตราฐานไว้ ‍‍‍‍‍‍‍‍เพราะว่ายิ่งบริษัทมีคุณภาพดี ก็มีแแนวโน้มแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งได้เรื่อยๆรวมทั้งสามารถประหยัดต้นทุนในการทำธุรกิจ (economy of scale) เมื่อกิจการมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้บริษัทเติบโตสม่ำเสมอไปได้อีกนาน‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍

4. ขนาดของกิจการ‍‍‍‍‍‍‍‍บริษัทที่เติบโตมีรายได้และมูลค่าตลาดสูง อัตราการเติบโตก็ยิ่งน้อยลง เพราะว่าไม่มีทางที่บริษัทจะคงอัตราการเติบโตที่สูงได้ตลอดไป‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍‍

ค้นหาหุ้นที่ราคาต่ำกว่า Jitta Line ได้ที่ www.jitta.com

Scroll to Top